สทนช.ลุยตรวจงาน 3 โปรเจคยักษ์ แก้ท่วม-แล้ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

เมื่อ: อังคาร, ต.ค., 2020

สทนช.ลุยตรวจงาน 3 โปรเจคยักษ์ แก้ท่วม-แล้ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

บริเวณแหลมสนอ่อน ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ฝั่ง อ.เมืองสงขลา
( อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  )

ทนช.ลงใต้ตรวจงานโครงการแห้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ล็อคเป้า 3 จุดสำคัญ “แนวขุดลอกร่องน้ำแหลมสนอ่อน- แก้มลิงบ้านชะแล้-ประตูระบายน้ำบางหยี” ย้ำช่วยสะท้อนการดำเนินงานภายใต้แผนลริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เหมาะสมเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน พร้อมแจงมาตรการเฝ้าระวังน้ำหลากภาคใต้ ช่วงเดือน ตค.-พ.ย.นี้

  • วันนี้ (10 ต.ค.63) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อติดตามการดำเนินการโครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัยทะเลสาบสงขลา ซึ่ง สทนช.ได้ดำเนินการศึกษามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ปัจจุบันผลการศึกษาใกล้จะแล้วเสร็จและจะจัดให้มีการประชุมปัจฉิมนิเทศเพื่อนำเสนอผลการศึกษาของโครงการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนภายในเดือนพฤศจิากายน นี้

เลขาธิการ สทนช.ระบุ่ว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นลุ่มน้ำที่สำคัญในพื้นที่ภาตใต้ ครอบคลุมพื้นที 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา (อำเภอเมือง หาดหใญ่ สะเดา รัตภูมิ ระโนด สทิงพระ ควนเนียง กระแสสินธุ์ นาหม่อม บางกล่ำ คลองหอยโข่ง) จังหวัดพัทลุงทั้งหมด และจังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอชะอวด และหัวไทร) ที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณนี้มีปัญหาน้ำท่วม ขาดแคลนน้ำ คุณภาพน้ำ การรุกตัวของน้ำเค็ม ตะกอนในทะเลสาบ เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นที่มาที่ทำให้หน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจและเร่มการการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี 2514 แต่ด้วยสภาพพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่และการใช้ประโยชน์ที่แตกต่าง ทำให้การศึกษาและการดำเนินการโครงการยังไม่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้บางโครงการถูกระงับไป ภายหลังจากที่รัฐบาลได้จัดตั้ง สทนช.เมื่อปี 2560 และหลังจากที่พระราชาบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561ได้ประกาศใช้เมื่อต้นปี 2562 ได้กำหนดให้ สทนช.เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษารูปแบบและแนวทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำที่เหมาะสมในเชิงยุทธศาสตร์ และบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจน ศึกษาแผนหลักและแผนปฏิบัติการ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะการบรรเทาอุทกภัย ภัยแล้ง และพื้นที่ Area Based ที่เกี่ยวข้องในทุกลุ่มน้ำ สทนช.จึงได้คัดเลือกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาขึ้นมาดำเนินการเพื่อหวังผลในการหาทิศทางการพัฒนา ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลจากรอบด้านทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และจากการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ผ่านมา ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำ 5 ด้าน ได้แก่ 1.ปัญหาอุทกภัย 2.ปัญหาการขาดแคลนน้ำ /การรุกตัวของน้ำเค็ม 3.ปัญหาคุณภาพน้ำ 4.ปัญหาตะกอนในทะเลสาบ/สิ่งแวดล้อม และ 5.ปัญหาการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยในการศึกษาได้กำหนดแนวทางพัฒนาทรัพยากรน้ำ สำหรับจัดทำแผนหลัก 20 ปี รวมงบประมาณกว่า 69,395 ล้านบาท ได้แก่ ด้านน้ำท่วม 14 กลุ่มโครงการ ด้านขาดแคลนน้ำ/รุกตัวของน้ำเค็ม 28 กลุ่มโครงการ ด้านคุณภาพน้ำ 9 กลุ่มโครงการ ด้านตะกอนในทะเลสาบ/สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ 20 กลุ่มโครงการ ด้านองคืการ/การบริหารจัดการ จัดทำในลักษณะของข้อเสนอแนะการปรับองค์กร การปรับปรุงกฏระเบียนพื่อให้บริหารจัดการน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น แก้ไขปัญหาด้านพื้นที่ทับซ้อน

ในการลงพื้นที่ในวันนี้ คณะเลขาธิการ สทนช.ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการที่สอดคล้องกับการศึกษาที่เกี่ยวกับตะกอนในทะเลสาบสงขลา ได้แก่ การดำเนินการขุดลอกร่องน้ำทะเลสาบสงขลา (ร่องใน) ของกรมเจ้าท่า บริเวณแหลมสนอ่อน ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา เป็นจุดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมาก เนื่องจากเป็นร่องน้ำทางเดินเรือของเรือสินค้าขนาดกลางที่มาขนถ่ายสินค้า ขึ้น/ลง บริเวณท่าเรือเอกชน รวมถึงเรือประมงที่มาขนถ่ายสัตว์น้ำบริเวณท่าเทียบเรือ องค์การสะพานปลา อีกทั้งยังเป็นร่องน้ำที่ใช้ประโยชน์ในการระบายน้ำ จากทะเลสาบสงขลาตอนล่างสู่อ่าวไทย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการขุดบอกร่องน้ำอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อนำตะกอนสะสมในร่องน้ำออกไม่ให้เกิดความตื้นเขิน ป้องกันการเกิดเนินทรายหรือสันดอนทราย โดยการขุดลอกร่องน้ำดังกล่าวต้องทำควบคู่ไปกับการขุดลอกร่องกลางทะเลสาบตอนล่างและร่องน้ำร่องนอก เพื่อให้เรือสามารถสัญจรเข้า-ออกได้ตามปกติ และช่วยระบายน้ำในฤดูน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แก้มลิงชะแล้

จุดที่สอง การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ได้แก่ การดำเนินการของกรมชลประทาน บริเวณแก้มลิงบ้านชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่เชื่อมต่อกับ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบชายทะเล ในอดีตไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำ รวมถึงคลองและระบบลำเลียงน้ำในพื้นที่ขาดประสิทธิภาพ ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ว และน้ำทะเลหนุนสูง จนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ซึ่งจากการศึกษาของกรมชลประทาน พบว่าแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด คือการสร้างแก้มลิง 3 จุด โดยแก้มลิงบ้านชะแล้ เป็นหนึ่งในโครงการดังกล่าว โดยลักษณะโครงการเป็นการขุมแก้มลิงเนื้อที่ประมาณ 275 ไร่ ลึก 4 เมตร ความจุประมาณ 1.76 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมก่อสร้างอาคารและส่วนประกอบ เช่น อาคารระบายน้ำ อาคารรับน้อ อาคารอัดน้ำ รางระบายน้ำ ทำนบดิน และถนนลาดยาง ซึ่งหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักกน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง สำหรับทำการเกษตรของประชาชนใน ต.ชะแล้ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 816 ครัวเรือน ประชากร 2,908 คน พื้นที่การเกษตร 1,418 ไร่

บริเวณแก้มลิงบ้านชะแล้
ประตูระบายน้ำคลองบางหยี ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

สำหรับจุดสุดท้าย คือ แนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยกรมชลประทาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำบางหยี ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ (ระยะที่ 2) เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จากเดิมได้เพียง 465 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.งานปรับปรุงคลองระบาย ร.1 ความยาง 21.34 กิโลเมตร 2. งานก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน 2ประตู เป็นประตูระบายน้ำชนิดบานโค้ง ขนาด 12.50 x 7.50 เมตร จำนวน ช่อง 3.งานก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองบางหยี 2ประตูระบายน้ำชนิดบานระบายตรง ขนาด 6*6 เมตร จำนวน 8 ช่อง และ 4.งานก่อสร้างสถานีสูบน้ำบางหยี อัตราการสูบรวม 90 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

“ทั้ง 3 จุด แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา แต่ถือเป็นตัวอย่างการดำเนินงานภายใต้แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และการบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการดำเนินการไม่ได้คำนึงเพียงการพัฒนาสิ่งก่อสร้างให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาภายใต้การศึกษาที่คำนึงถึงความสมดุลของน้ำ ขลศาสตร์ รวมถึงประเด็นในเรื่องคุณภาพน้ำ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของประชาชน และอาชีพของคนในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะนำมาซึ่งความยั่งยืนที่แท้จริง” เลขาธิการ สทนช.กล่าว

ดร.สมเกียรติ กล่าวเพิ่มเตมอีกว่า ไม่เพียงแต่การวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบข้างต้นแล้ว การติดตามประเมินสถานการณ์น้ำเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการป้องกันผลกระทบไว้ล่วงหน้า ซึ่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้มีการติดตามสถานการณ์ฝนในช่วงเดือนตุลาคม ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านทางตอนล่างของประเทศ ส่งผลให้ภาคใต้เริ่มมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ อาจทำให้กิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากจากการคาดการณ์ปริมาณฝนในช่วง 7 วันข้างหน้า พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก จำนวน 5 จังหวัด บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล ทั้งนี้ กอนช. จะมีการประชุมติดตามแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์แหล่งน้ำต่างๆ แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 51 แห่ง ยังคงเหลือ อีก 12 แห่ง จากแผนทั้งหมด 115 แห่ง

ประตูระบายน้ำคลองบางหยี

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

สทนช.ลุยตรวจงาน 3 โปรเจคยักษ์ แก้ท่วม-แล้ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา