” ชาวนาบอกชาวนาทางเลือกทางรอดชาวนาไทยยุค 4.0 “


” ชาวนาบอกชาวนาทางเลือกทางรอดชาวนาไทยยุค 4.0 “

                            เครือข่ายองค์กรชาวนาชี้จุดเปลี่ยนชาวนาไทยในยุค4.0  ทางรอดภาคเกษตร ต้องเน้นการพึ่งตนเอง เลิกนโยบายฉาบฉวย พัฒนาสู่ความยั่งยืน.ให้คะแนนรัฐบาลจัดการเรื่องข้าวดี แต่ติดขัดระบบราชการอืด 
                          จากวิกฤติปัญหาชาวนาไทย ที่ยังวนเวียนอยู่ในวงจรหนี้สินที่ยากจะหลุดพ้น ท่วมกลางสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่บีบขับต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลานั้น ล่าสุดเครือข่ายองค์กรชาวนาไทยชี้ทางเลือกทางรอด ต้องปลดหนี้ชาวนาให้ได้ พร้อมปรับวิธิคิดลดการพึ่งพิง  ฟื้นฟูชีวิตด้วยตนเอง โดยรัฐต้องสนับสนุนจริงจัง
                          วันนี้ (12 ต.ค.2560)  กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน และภาคีเครือข่ายองค์กรชาวนา จัดสัมมนา ” ชาวนาบอกชาวนาทางเลือกทางรอดชาวนาไทยยุค 4.0 ” ที่ห้องอรพิน โรงแรมทงวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช  โดยมีนางสุดฤทัย เลิศเกษม ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 เป็นประธานเปิดงาน

                     นายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยว่า การทำงานของรัฐบาลในช่วงเวลา 3 ปี ที่เข้ามาบริหารประเทศด้านการเมือง ส่วนตัวให้ 7 เต็ม 10 คะแนน ด้านสังคม 8 เต็ม 10 คะแนน ซึ่งหลังจากที่เข้ามาทำงานรัฐบาลชุดนี้สามารถขจัดความขัดแย้งได้  ทั้งนี้หากเป็นแผนการดูแลจัดการเรื่องข้าวให้คะแนน 8 เต็ม 10 โดยขอชมว่ารัฐบาลมีความจริงใจ และนโยบายที่ออกมาบริหารมีประสิทธิภาพ แต่อุปสรรคที่ทำให้การทำงานยังล่าช้ามองว่ามาจากระบบข้าราชการ ที่ทำงานด้วยความล่าช้า และไม่ฟังเสียงเกษตรกร โดยอยากให้อุตสาหกรรม และพาณิชย์จังหวัด ร่วมกันช่วยหาตลาดรองรับสินค้าของเกษตรกร เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นและลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่ภายในประเทศสามารถผลิตได้เอง
ด้านนายรวง เพ็งเพชร ประธานศูนย์ขาวชุมชน จังหวัดนครศรธรรมราช มองว่า ชาวนาเมื่อเจอปัญหาอุปสรรค จะเลือกปรับตัว โดย 1.เลือกทำการเกษตรที่หลากหลาย ทำให้เห็นได้ว่าจำนวนคนทำนาลดลง 2.ลดต้นทุนการทำนา เพื่อไม่ให้ขาดทุน โดยลดใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ใช้แรงงานตัวเอง เก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกเอง แต่เหล่านี้จะเป็นการปรับตัวเป็นครั้งคราว ไม่ได้เป็นการปรับโครงสร้าง3.มีการปรับตัวเพื่อดำรงอาชีพเปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้ประกอบการ  รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการตลาด โดยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ ในการผลิดและจำหน่ายอย่างไรก็ตาม การปรับตัวของชาวนา ทำไม่ได้ ถ้าไม่มีการสนับสนุนหรือนโนบายที่เอื้อต่อการลดข้อจำกัดของชาวนาที่มีต้นทุนชีวิตต่ำ ไม่ว่าจะเป็น การขาดแคลนที่ดิน หรือพื้นที่ทำกินน้อยไม่เพียงพอต่อการผลิต การมีภาระหนี้สินจากการลงทุน อีกทั้ง ชาวนายังมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยล่าสุดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคอีสาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาของการบริหารจัดการน้ำ และทรัพยากรการผลิตที่เสื่อมโทรมลง ตรงนี้จะต้องมีการฟื้นฟูขึ้นมา

                ส่วน นายบุญชอบ ทองดี ประธานศูนย์ข้าวชุมชน จังหวัดสงขลา และเขตภาคใต้  กล่าวว่า ชาวนาเกษตรกรต้องปรับตัวใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางการทำงาน มีแปลงสาธิตแปลงทดลองเพื่อหาความรู้พัฒนาคุณภาพผลผลิต เพราะความเสี่ยงของชาวนาเกษตรกรไม่เพียงมาจากตัวชาวนา แต่มาจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ผ่านมา เน้นปัจเจกบุคคลมากกว่ากลุ่ม เน้นตัวชี้วัดเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ ไม่มีการหนุนเสริมศักยภาพของเกษตรกร ทั้งนี้ ปัญหาของแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไป ตัวชี้วัดเรื่องการช่วยเหลือก็จะต่างตามพื้นที่ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาใช้นโยบายรวมกับเกษตรกรทั้งประเทศ ส่วนรัฐบาลชุดปัจจุบันมี 8 โครงการช่วยเหลือเกษตรกร 32 มาตรการ แต่ชาวนาจำนวนมากยังมีข้อจำกัด เช่น โครงการลดต้นทุนเพาะปลูกไร่ละ 1,000 บาท โครงการชะลอการขายโดยใช้สินเชื่อยุ้งฉาง โครงการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก รัฐควรส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเดินหน้าของเกษตรกร


                 “เกษตรเป็นอาชีพที่ปรับตัวมากที่สุด ปรับตัวมาตลอด ปรับตัวมากกว่านักวิชาการ แต่การสนับสนุนช่วยเหลือของรัฐต้องไม่เป็นแบบให้ทาน แบบทิ้งๆ ขว้างๆเน้นการหาคะแนนเสียงมากกว่าความยั่งยืน”
              ด้านนายโกเมศ ทองบุญชู ผู้นำเครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง กล่าวว่า วิกฤติชาวนานั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว ทางออกชาวนาต้องปลูกข้าวคุณภาพสูง สร้างรากของตัวเองเอาวัฒนธรรมคืนมา โดยเดินตามวิถีเกษตรพอเพียง ทำกินก่อน แล้วขายในชุมชน ชาวนาที่ฉลาดจะรอด และจะมีเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมาและเป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพ เกิดขึ้นเองชาวนาที่จะรอดต้องปรับตัวเป็นชาวสวนด้วย ทำนาอย่าเดียวไม่รอด ทั้งนี้การจะอยู่รอดได้ต้องใช้ปัญญา และต้องพึ่งตนเอง คนอื่นมาช่วยไม่ได้แล้ว ที่สำคัญต้องปลดหนี้สินให้เป็นสูญ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูพัฒนาอาชีพโดยสิ่งสำคัญที่สุดคือเน้นเรื่องของความยั่งยืนเลิกหวังพึ่งพานโยบายหรือโครงการประชานิยมจากนักการเมืองเหมือนที่ผ่านมาได้แล้วชาวนาจะอยู่ได้ต้องรู้ว่าที่ดิน ที่นาเราเหมาะสมกับพืชชนิดอะไรจะมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ต้องทำบัญชีครัวเรือนเราต้องกำหนดอนาคตตนเอง…..
                 ช่วงระดมความคิดเห็นผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างชี้ทางออกว่า ต้องทำให้ชาวนาเข้มแข็ง รวมกลุ่มกันให้มีเอกภาพ พัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ แสวงหาตลาด ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ ขณะที่ต้องลดการเป็นหนี้ลง ค่อยๆปลดหนี้ ทำนาแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนการผลิตเปลี่ยนแปลงการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรสมัยใหม่ สร้างนวตกรรมใหม่ๆเพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์4.0 ด้วยระบบบริหารจัดการให้มีความมั่นคงทางอาหาร และมีศักยภาพเป็นผู้นำข้าวในตลาดโลกเหมือนเดิม

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

” ชาวนาบอกชาวนาทางเลือกทางรอดชาวนาไทยยุค 4.0 “