20 ปี โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้ สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

เมื่อ: พุธ, ก.ย., 2016

20 ปี โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้ สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

img_4185

         นับตั้งแต่ที่ได้มีการสำรวจและขุดเจาะเพื่อนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้จากอ่าวไทย ก๊าซธรรมชาติได้มีบทบาทสร้างความโชติช่วงชัชวาลให้แก่ประเทศด้วยคุณสมบัติที่เป็นทั้งเชื้อเพลิงคุณภาพสูง มีการเผาไหม้สมบูรณ์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการใช้เป็นพลังงานสำหรับทุกภาคส่วน เมื่อประเทศไทยเริ่มใช้ก๊าซธรรมชาติมากขึ้นปตท. จึงได้ก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เช่น ก๊าซมีเทน ก๊าซอีเทน ก๊าซโพรเพน ก๊าซบิวเทนฯ ในก๊าซธรรมชาติออกมาใช้ประโยชน์ให้หลากหลาย เพิ่มมูลค่าได้มากยิ่งขึ้น ทั้งก๊าซในลักษณะของก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซโซลีน ก่อนส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคไฟฟ้าและอุตสาหกรรม
ปัจจุบันโรงแยกก๊าซธรรมชาติมีทั้งหมด 6 หน่วย โดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.มาบตาพุด จ.ระยอง เริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการในปี 2528 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2528 ด้วยความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 2หน่วยที่ 3หน่วยที่ 5 และ หน่วยที่ 6 จึงถูกสร้างขึ้นในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเชื้อเพลิงและการเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
สำหรับโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 4 หรือโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ตั้งอยู่ในตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2539 ด้วยกำลังการผลิต 230 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ปตท. ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) ปตท. จึงดำเนินการวางท่อส่งก๊าซฯ จากแหล่งบงกชในอ่าวไทย มาขึ้นฝั่งที่บริเวณโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมโดยตรง เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าขนอมนอกจากนี้ ในกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติยังได้ผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือก๊าซหุงต้มในครัวเรือนและเชื้อเพลิงในรถยนต์ ให้ความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ขนส่งทางเรือไปยังคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี และสงขลา เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในภาคใต้ อีกทั้งยังได้ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมตัวทำละลาย ใช้ผสมเป็นน้ำมันเบนซินสำเร็จรูป และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยการจัดส่งให้ลูกค้าทางเรือ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อรองรับการใช้พลังงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็นต่อความต้องการในเขตพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้เกิดการขาดแคลน
การดำเนินงานของโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ไม่เพียงมุ่งเน้น “การเป็นธุรกิจแยกก๊าซธรรมชาติชั้นนำระดับโลก ภายในปี 2563” ตามวิสัยทัศน์เท่านั้น แต่ยังตระหนักและมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน ช่วยเหลือสังคมโดยรอบ โดยการ บูรณาการเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมไว้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้ดำเนินกิจกรรม CSR ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ โครงการสวนสาธารณะพ่อตาคุระ โครงการอาคารเรียน ปตท. และห้องสมุดพลังไทยเพื่อไทย โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการตรวจสอบก๊าซหุงต้มในครัวเรือน โครงการค่ายเยาวชนขนอมรักษ์บ้านเกิด โครงการฝายน้ำมีชีวิต โครงการพัฒนา 5ส และสิ่งแวดล้อม ปตท. ก๊าซธรรมชาติสู่เยาวชน และ โครงการปล่อยพันธ์สัตว์น้ำและปะการังเทียม เป็นต้น
ตลอดระยะเวลา 20 ปี ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม จึงเปรียบเสมือนแหล่งสั่งสมองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการดำเนินงานอันเป็นสมบัติอันล้ำค่า และความภาคภูมิใจของประเทศไทย โดยไม่เพียงแค่มุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน หากแต่ให้ความสำคัญกับสังคม ชุมชน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนได้รู้สึกถึงความเป็นมิตร เป็นพี่น้อง และเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมจะขับเคลื่อนทุกภารกิจด้วยจิตวิญญาณ เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วม    เติบโตอย่างความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ดำเนินการโดยคำนึงถึงมาตรฐานสากลเพื่อให้การปฏิบัติงานมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพโดยผ่านเกณฑ์รับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ
•มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (ISO 9001)
•มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001)
•มาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OHSAS/มอก. 18001)
•มาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ BCM(ISO 22301)
•มาตรฐานระบบการจัดการด้านพลังงาน (ISO 50001)
•มาตรฐานระบบการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance, Management : TPM)
•PTT Group Operation Excellent (PTT OpEX)
•PTT Group Security Standard
•PTT SSHE Management System
รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น (The Prime Minister’s Industry Award) จาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แก่
•ปี 2540 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
•ปี 2541 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารความปลอดภัย
•ปี 2546 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการเพิ่มผลผลิต
•ปี 2558 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการพลังงาน
•ปี 2559 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารงานคุณภาพ
รางวัลอื่นๆได้แก่
•สถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระดับเพชรจากกระทรวงแรงงาน
•Zero Accident Award จากกระทรวงแรงงาน
•EIA Monitoring Award จากกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
•Green Industry Level 4 จากกระทรวงอุตสาหกรรม
•ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม จากกระทรวงอุตสาหกรรม
•CSR-DIW continuous จากกระทรวงอุตสาหกรรม
•Thailand Energy Award จากกระทรวงพลังงาน
•PTT Group Unplanned Shutdown Award 3 ปีซ้อน จากกลุ่ม ปตท.

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

20 ปี โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้ สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน