อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 83) “จากเกาะเต่า…สู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้”

เมื่อ: พฤหัส, ต.ค., 2014

อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 83) “จากเกาะเต่า…สู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้”

141016-8-1

จากคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ David กับ Hannah เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 เวลาประมาณ 02.00 น. สถานที่เกิดเหตุคือชายหาด จปร. เกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฏร์ธานี สถานที่ตรงนี้ “ลิงขาว” รู้จักเป็นอย่างดีเคยไปนั่งเล่นนอนเล่นและกราบไหว้ เสด็จพ่อ ร.5 เป็นชายหาดที่เสด็จพ่อ ร.5 เคยเสด็จไปประทับ เมื่อครั้งก่อนเป็นชายหาดที่งดงาม ประดับประดาไปด้วยโขดหินและทรายบนหน้าหาดมีศาลาหลังใหญ่พอประมาณสะอาดสะอ้านเพราะมีชายหมอนวดแผนไทยคอยดูแล ต้นหน้ามุมซ้ายมือถ้าเราหันหน้าไปทางทะเลจะมีรูปหล่อของเสด็จพ่อ ร.5 ประทับยืนอยู่ก่อนถึงที่เกิดเหตุฆาตกรรม สองนักท่องเที่ยว ศาลาหลังนั้นที่ตั้งอยู่หน้าหาด จปร. ก็มีคนใจบุญ ก็เป็นญาติของผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่สร้างไว้เพราะพื้นที่หน้าหาดและยาวไปถึงร้าน AC. เป็นที่ดินและสมบัติในตระกูลของเขา “ลิงขาว” ขอบอกสักนิดคนไทยและชาวบ้านที่อยู่เกาะเต่าเป็นคนมีจิตใจดีงาม “ลิงขาว” รู้ได้เพราะ ไปสัมผัสมาหลายครั้งแล้ว บนเกาะเต่า มีสถานีตำรวจย่อยเกาะเต่า ซึ่งแยกมาจากสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงันมีสารวัตรและลูกน้องประมาณ 8-9 คน ต้องขอวงเล็บไว้สักนิดว่าตำรวจบนเกาะเต่าส่วนใหญ่เป็นคนใจดีและอยู่บ้านเดียวกับ “ลิงขาว” เกือบทั้งนั้นเลย “ลิงขาว” ยังไม่ลืมเมื่อครั้งลงไปเกาะเต่าท่านเคยให้การดูแลเรื่องสถานที่พักให้แถวยังพาไปร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์เช่าในราคาเป็นกันเองอีกต่างหาก ที่เขียนมายาวอย่างนี้เพระอย่างให้ แฟนๆ นสพ.มติไทย ร่วมถึงท่านผู้ใหญ่บางท่านได้รับรู้ว่าใครไม่รู้ คุณเป็นคนดีหรือคนมีอิทธิพล มีคนรู้ถ้าคนไม่รู้ก็มีเทวดารู้ขอให้ท่านจงทำดี ทำดีต่อไปอย่าน้อยใจ เมื่อถูกกล่าวหาและถูกใส่ร้าย “ลิงขาว” ขอให้กำลังใจ

คดีฆาตกรรมที่เกาะเต่าน่าจะเป็นแบบอย่าง “โมเดล” ในการแก้ปัญหา รวมถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในประเด็นต่างๆ 1.เรื่องเวลาความรวดเร็วในการติดตามตัวผู้กระทำผิด 2.เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีความจริงจังจริงใจในการทำคดี 3.การให้ความสำคัญในการทำคดีของเจ้าหน้าที่ต้องยกความดีความชื่นชมให้กับตำรวจไทย ที่สามารถปิดคดีโดยใช่เวลาเพียงสิบกว่าวันและก็ไม่ต้องพึ่งตำรวจสก๊อตแลนด์ ตำรวจไทยก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรีต้องขอตบมือให้นายตำรวจที่รายชื่อดังนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง (ผบ.ตร) พล.ต.ท.ปัญญา มาแม่น (อดีต ผบช ภาค8) พล.ต.ท.วิษณุ ม่วงแพรสี (รอง. ผบช. ภาค 8) พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรี (ผกก.จว.สุราษฏร์ธานี) พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร (ผบช. ภาค8 คนใหม่) พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ไม่ได้ออกชื่อทุกๆ ท่านรวมถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ช่วยกันสะสางคดีกอบกู้ชื่อเสียงของคนไทย และ ชาวเกาะเต่าคืนมา เกาะเต่าโมเดล น่าจะนำไปใช้ในการแก้ไขคดีใน 3 จังหวัดชายแดนใต้บ้าง เพราะความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม คือปัญหา”ไฟใต้”

ความไม่จริงจังจริงใจของเจ้าหน้าที่คือปัญหา ”ไฟใต้” และการไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาของผู้ใหญ่ผู้นำของประเทศคือปัญหา “ไฟใต้” เกาะเต่าโมเดลมีผู้หลักผู้ใหญ่ ให้ความสำคัญตั้งใจทำงานติดตามคดีถ้าปัญหา “ไฟใต้” มีผู้นำประเทศให้ความสำคัญแบบคดีเกาะเต่าคนไทยด้ามขวานคงไม่น้ำตานองเหมือนทุกวันนี้

เมื่อวันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม 57 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม พร้อม พล.อ.อุดมเดช รัฐมนตรีช่วยกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ลงพื้นที่ ยะลา ปัตตานี เป็นครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ดูแลปัญหาไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้มี พล.โท. ปราการ ชลยุทธ์ แม่ทัพภาค 4 (คนใหม่) ให้การต้อนรับ รับฟังรายงาน ให้โอวาท ลงพื้นที่พบปะประชาชน แล้วก็ลากลับไปเป็นสูตรสำเร็จของผู้มีอำนาจ ทำไม? ผู้มีอำนาจรับผิดชอบสูงสุดในการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้รองจากนายกรัฐมนตรีจังไม่มีที่ทำงานหรือสำนักงานและนั่งอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพียงอาทิตย์ละหนึ่งวันก็ยังดี ทำไม? จึงทำไม่ได้ ครับ

พงษ์เศรษฐ์  ตุลิตะธรรม “ลิงขาว”

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 83) “จากเกาะเต่า…สู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้”