อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 82) “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์อำนาจ”

เมื่อ: พฤหัส, ก.ย., 2014

อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 82) “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์อำนาจ”

140925-5-1

หลังจากประเทศไทยได้ว่างเว้นนายกรัฐมนตรีอยู่หลายเดือนก็ได้เวลาที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 และมี ครม. ประยุทธ์ 1. ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ 11 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านป้องกัน และเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐแลการต่างประเทศ 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการเข้าถึงบริการของรัฐบาล 4.การศึกษาและการเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 5.การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน 6.การเพิ่มศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ 7.การส่งเสริมการใช่ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการวิจัย และพัฒนา และ นวัตกรรม 9.การรักษาความมั่นคงของทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 10.การส่งเสริมการบริหารระบบราชการแผ่นดิน ที่มีธรรมาภิบาล และป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐ 11.การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พร้อมนำยุทธศาสตร์หลักตามแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. ได้แสดงบทบาทโดดเด่นชัดเจนชนิดที่เรียกว่า “เข้าตา” เป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ยกเว้นฝ่ายต่อต้าน ที่มีอยู่จำนวนหนึ่งทั้งในและนอกประเทศแต่ไม่มีอิทธิฤทธิ์ พอที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดความขัดแย้งด้วยการประกาศกฎอัยการศึกจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาแสดงบทบาทปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดอาวุธสงคราม ปราบยาเสพติด และที่สำคัญที่สุดคือ บังคับบัญชาให้ตำรวจทำงานได้ตามคำสั่งของ คสช. แบบถวายหัว จับชายชุดดำ จับมือยิงเอ็ม 79. สังคมไทยที่มันวุ่นวายอยู่คนไทยรู้ดีเกือบทุกคนเพราะ “ตำรวจ” ไปรับใช้คนชั่ว คนเลว พวกโกงชาติ ลืมรับใช้ประชาชนเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ สามารถทำให้ตำรวจหันมารักษาความยุติธรรม รับใช้ประชาชนได้คนไทยเกือบทั้งประเทศจึงยินดีเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไม่มีข้อกังขา

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วยิ่งทำให้คนไทยมีความหวังมากขึ้น หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความอยู่ดีกินดีของประชาชน คนจนจะได้ลืมตาอ้าปาก ด้านการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์คนไทยคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะจัดการกับพวกที่หมิ่นสถาบันให้หมดสิ้น เพราะท่านเป็นทหารมีความจงรักภักดีสูงกว่าคนธรรมดา ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศจะทำให้เพื่อนบ้าน อย่าง เขมร พม่า รู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าต่อกลอนกับประเทศไทย เพราะผู้นำคือ นายกรัฐมนตรีของไทย เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก รู้จักการสู้รบการทำศึกเป็นอย่างดี ดูอย่าง นายวีระ สมความคิด ก็ได้เดินทางกลับสู้ มาตุภูมิ ก็ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ นี้เอง ใครจะคิดอย่างไรก็ตามแต่ “ลิงขาว” เชื่ออย่างนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำระบบราชการไทย ระดับปลัดกระทรวง ลงมาถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุ่งยินดับใช้ พล.อ.ประยุทธ์ แบบเต็มร้อย นี้คือคุณลักษณะ ของข้าราชการไทย เมื่อมีผู้นำเข้มแข็งหรือมาจากทหารก็ยินดีรับใช้ เพราะถ้าขัดขืนก็จะหลุดตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมีน้อย แต่คนที่คอยจ้องจะเป็น ผู้ว่าฯ นั่นมีมากเหมือนตำแหน่งแม่ทัพมีน้อยแต่นายทหารทีคอยจะเป็นแม่ทัพนั้นมีมาก พล.อ.ประยุทธ์ คงรู้จุดนี้ดี จึงควบคุม ข้าราชการไทยไว้ได้แบบง่ายๆ และทุกคนก็ดูเหมือนจะเชื่อเสียด้วย แต่เหตุการณ์ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พวกขบวนก่อความไม่สงบไม่ใช่เป็นแบบข้าราชการไทย ที่คอยจะก้มหัวให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ดูตัวอย่างการก่อเหตุที่เทศบาลตำบาลมะกรูดบุกยิงปลัดเทศบาล และพนักงานตายไปถึง 4 ศพทำแบบบ้านเมืองไทยพวกมันใหญ่กว่า ทหาร ตำรวจ มันจะสั่งให้ใครอยู่ใครตายก็ได้ หรือ ท่านนายกรัฐมนตรี จะว่าอย่างไรครับ “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์นายกมนตรีคนใหม่”  

พงษ์เศรษฐ์  ตุลิตะธรรม “ลิงขาว”

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

อาสาดับไฟใต้ (ตอนที่ 82) “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์อำนาจ”