บทความ : เปิดประตูการเรียนรู้ สู่สำนึกอนุรักษ์ทะเลไทยกับห้องเรียนกลางแจ้ง

เมื่อ: พฤหัส, พ.ค., 2014

บทความ : เปิดประตูการเรียนรู้ สู่สำนึกอนุรักษ์ทะเลไทยกับห้องเรียนกลางแจ้ง

140522-4-3

“นี่เป็นครั้งแรกที่หนูได้มาสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับทะเลจริงๆ” ท่ามกลางห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์และชีววิทยาทางทะเลที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับทะเลเป็นอย่างดี แต่ยังมีนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งทีบอกว่านี่เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่ได้มาสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้เกี่ยวกับท้องทะเลและทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง ณ ห้องเรียนกลางแจ้งอย่างค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อน สร้างแรงบันดาลใจแก่พวกเขาเป็นอย่างมาก

นับเป็นเวลากว่า 22 ปีแล้วที่โครงการ “ค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อน” อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน โดยการสนับสนุนของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดเปิดประตูให้นักศึกษาที่มีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลทั่วประเทศ จากของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมทางทะเลในห้องเรียนธรรมชาติกลางแจ้งอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหาดหิน ป่าชายเลน และท้องทะเลอันดามัน นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงในแต่ละด้าน รวมทั้งความรู้และการใช้ชีวิตที่ได้รับการถ่ายทอดจากเด็กค่ายรุ่นพี่ ด้วยหวังว่าพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้อยู่คู่ประเทศต่อไป จากรุ่นสู่รุ่นห้องเรียนกลางแจ้งแห่งนี้ ได้บ่มเพาะนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของประเทศมาแล้วกว่า 600 คน

140522-4-4

 “ค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อนนี้นับเป็นประตูที่เปิดให้นักศึกษาที่มีความสนใจทางด้านนี้ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ทำให้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลของจริง ผมเองเป็นเด็กค่ายนิเวศ วิทยารุ่นแรกนับว่าโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากโครงการ โดยเฉพาะอาจารย์ที่ทุ่มเทใหกับการสอนในค่ายนี้อย่างมาก เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้เติบโตและศึกษาต่อทางด้านนี้ จนกลายเป็นอาจารย์และนักวิจัยทางทะเลในทุกวันนี้ เช่นเดียวกับเด็กค่ายนี้อีกหลายคน ที่ได้นำความรู้และความรักต่อท้องทะเลที่ได้ไปเผยแพร่ต่อและใช้ในสาขาอาชีพของตนเอง ที่สำคัญยังได้ถ่ายทอดความรู้และความรักต่อท้องทะเลให้น้องๆ ที่ได้มาร่วมเข้าค่ายนี้อีกด้วย” อาจารย์ขุน หรือ ดร. อุดมศักดิ์ ดรุมาศ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เล่าให้ฟัง

ในทุกๆ วันตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนนักศึกษาที่เข้ามาร่วมค่ายทั้ง 33 คน จะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีให้เข้าใจก่อนเรียนรู้ภาคปฏิบัตินอกห้องเรียน ณ ป่าชายเลน หรือท้องทะเล เพื่อให้ได้สัมผัส “ของจริง” และเข้าใจเรื่องที่เรียนอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ตลอดจนกลไกและกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นในทะเล เพื่อให้เกิดความรู้ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในทะเลอย่างรอบคอบและยั่งยืน รวมถึงเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสำรวจบริเวณป่าชายเลน หาดหิน และการดำน้ำเพื่อเก็บตัวอย่างทางทะเลไปทำการศึกษา

140522-4-5

ผศ.ดร.ปิติวงษ์  ตันติโชดกผู้ริเริ่มโครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อนและเป็นหนึ่งผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงให้กับเด็กค่ายนิเวศวิทยา เล่าให้ฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “การเรียนในมหาวิทยาลัยต้องใช้จินตนาการมาก เป็นของดอง ทำแล็บแห้ง แต่ที่นี่เด็กได้ลงน้ำตลอดเวลา ได้เห็นของจริง น่าตื่นเต้นกว่าตอนเช้าเรียนทฤษฎี ตอนบ่ายเจอกับสถาบันธรรมชาติ ที่สามารถไปรื้อค้น เดินสำรวจได้ ใครสนใจมากก็ได้มาก”

“จุดเด่นของค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลคือจะเน้นให้เด็กคิด โดยอาจารย์เป็นเพียงผู้จุดประเด็น แล้วเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิด จากนั้นก็มีการนำลงพื้นที่ ให้ลงมือทำจริงด้วยตนเองทุกขั้นตอน หัวใจสำคัญของการเดินทางมาบ่มเพาะถึงจังหวัดภูเก็ตคือ สถานที่มีความเหมาะสมต่อการเรียนรู้ทางด้านวิชาการและลงมือปฏิบัติ เราต้องการให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากคนทำงานจริง ที่จะสามารถตอบคำถามที่เขาสงสัยในแต่ละเรื่องได้ นักศึกษาทุกคนจะต้องทำแล็ป ต้องไปลงทะเล ทุกคนได้เห็น ได้สัมผัสของจริง เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก และเราอยากให้เด็กๆได้รู้จักกันกันเป็นเครือข่าย เป็นเพื่อนกัน มาช่วยกันในปีหน้า ในภายภาคหน้า เกิดเป็นแวดวง เป็นสังคมในค่ายทุกครั้งสิ่งที่เราภูมิใจมากก็คือ รุ่นพี่รุ่นก่อนๆ กลับมาช่วยค่ายกันเป็นอย่างดี”

เช่นเดียวกับพี่ไกเรืองฤทธิ์ พรหมดำ เด็กค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อนรุ่น 9 ที่วันนี้ถึงแม้จะกำลังศึกษาต่อปริญญาโทในสาขานี้ก็ได้อาสามาเป็นพี่เลี้ยงประจำค่ายที่คอยให้คำแนะนำความรู้และการใช้ชีวิตให้น้องๆที่มาเข้าค่ายปีนี้ “ส่วนตัวผมเองตอนที่ได้มาร่วมค่ายก็รู้สึกดีใจมาก เพราะไม่เคยเห็นทะเลฝั่งอันดามันมาก่อน สภาพทางทะเลและความหลากหลายของสัตว์ทะเลก็แตกต่างกันไปในทะเลสองฝั่ง ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจและกระตุ้นการเรียนรู้มาก สิ่งที่ได้จากค่ายคือความรู้ที่ได้มาเห็นของจริงและประสบการณ์ที่ได้ถ่ายทอดจากนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่สำคัญยังได้มิตรภาพและเครือข่ายจากเพื่อนร่วมค่ายเมื่อต่างคนไปมีอาชีพในสายงานด้านนี้อีกด้วย”

140522-4-1

นางหทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของเชฟรอนในการสนับสนุนการศึกษาและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน การสนับสนุนค่ายนี้ได้สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนิสิตนักศึกษาเกี่ยวกับชีววิทยาและประมงทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเชิงทฤษฏีและปฏิบัติ ผ่านการเรียนการสอนโดยนักวิทยาศาสตร์ โดยเน้นให้มีการศึกษาผ่านประสบการณ์ตรงในทะเล เพื่อให้มีประสบการณ์ด้านการวิจัยแบบครบถ้วนและยังเป็นการจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจต่อไป โดยตลอด 21 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นผลผลิตที่มีคุณภาพจากค่าย โดยเฉพาะบุคลากรด้านนิเวศวิทยาทางทะเลของไทย ซึ่งหลายคนปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนด้านนี้ หลายคนเป็นบุคลากรคุณภาพในหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายคนกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพด้านนี้ของไทยยังถือว่าขาดแคลนและเป็นที่ต้องการอีกมาก บริษัทฯ ภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนต่อไปเพื่อพัฒนาการศึกษาและความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการจุดประกายและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คนรุ่นใหม่ต่อไป”

น้องตาล กนกลดา เพชรรี่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิทยาศาสตร์ เชิงคำนวณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เล่าให้ฟัว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หนูได้มาสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับทะเลจริงๆ ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยที่หนูเรียนจะติดทะเล แต่ไม่เคยได้มาสัมผัสของจริงแบบที่ได้เรียนรู้ในค่ายนี้ หนูรักและมีความสุขที่ได้อยู่กับทะเลเพราะความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางทะเลเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ซึ่งอาจารย์ปิติวงษ์ได้สอนและถ่ายทอดความรู้ให้เราเกิดเป็นความรักและรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของเราจริงๆ หนูเองมีอาจารย์เป็นแรงบันดาลใจอยากเติบโตขึ้นไปและสามารถถ่ายทอดได้ดีเหมือนอาจารย์ เพื่อปลูกฝังและถ่ายทอดสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้น้องๆ รุ่นต่อไป”

140522-4-6

น้องภาค ภาคภูมิ แจ่มใส นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เสริมว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อมาเจอสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกระดูกสันหลังของจริงมากมายที่นี่หลังจากที่เรียนมาจากที่มหาวิทยาลัย ทำให้ผมอยากตื่นเช้ากว่าคนอื่นไปเดินตามหาดก่อนและหลังเรียนในห้อง อยากเจอของจริงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมว่าค่ายนี้เรียนหนักนะแต่คุ้มค่ามาก เราได้ความรู้พื้นฐานทุกอย่างที่เกี่ยวกับทะเลอย่างครบถ้วนจากค่ายนี้ นับเป็นการเปิดโอกาสและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนที่รักที่จะเรียนต่อด้านนี้ ส่วนตัวเอง ผมได้ความรู้ที่ช่วยให้ผมสามารถอธิบายความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงทุกอย่างในธรรมชาติและปรากฎการณ์รอบตัวเราได้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นความตั้งใจแรกที่ผมมาเข้าค่ายนี้ครับ”

แม้ขณะนี้จะเป็นเพียงครึ่งทางของการเข้าค่ายนิเวศวิทยาทางฤดูร้อนที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประสบการณ์ชีวิตเข้มข้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจากห้องเรียนกลางแจ้งแห่งนี้ได้เปิดประตูให้น้องๆ ทั้ง 33 ชีวิตเดินเข้าสู่การเรียนรู้และเติบโตทั้งความคิดและความรู้ที่จะนำกลับไปต่อยอดการศึกษาในระบบและบ่มเพาะสำนึกอนุรักษ์ทรัยากรธรรมชาติและท้องทะเลไทยต่อไป

140522-4-2

________________________________________________________________________


       


________________________________________________________________________


   
   
   

ข่าวล่าสุดประจำวันนี้

บทความ : เปิดประตูการเรียนรู้ สู่สำนึกอนุรักษ์ทะเลไทยกับห้องเรียนกลางแจ้ง